EXO_늑대와 미녀 (Wolf)_Music Video (Korean ver.)

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

7 สถานที่บอกรักสุดโรแมนติ



เพื่อนๆคนไหนที่ยังหาสถานที่โรแมนติกๆ ไว้บอกรักในวันวาเลนไทน์ยังไม่ได้ เราขอแนะนำ 7 สถานที่บอกรักสุดโรแมนติกจากทั่วโลกมาฝากคะ (อันนี้ต้องมีงบมากหน่อยนะคะ ถึงจะไปได้..^^)
1. ลอนดอน อาย กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
“ลอนดอน อาย” ชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป มีความสูง 135 เมตร แห่งนี้ มีวัฒนธรรมแปลกๆ อยู่ว่า ผู้หญิงสามารถขอผู้ชายแต่งงานได้ ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ บอกรักกันตรงนี้บรรยากาศสุดแสนโรแมนติกพร้อมชมทิวทัศน์กว้างไกลทั่วกรุงลอนดอนจากจุดที่สูงที่สุดในอังกฤษนี้
2. หอไอเฟล กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
“ปารีส” ได้รับการขนานนามว่าเป็นนครแห่งความรัก “หอไอเฟล” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศฝรั่งเศส จึงได้ชื่อว่าเป็น “สถานที่มีมนต์ขลังในการบอกรัก” กันไปแบบเนียนๆ วันวาเลนไทน์ของทุกปี หอไอเฟลจะคราคร่ำไปด้วยคู่รัก หลายคนเชื่อว่าบรรยากาศยามค่ำคืนสวยงามจนเป็นใจให้หนุ่มๆ กล้าขอคนรักแต่งงาน รวมถึงนักแสดงระดับฮอลลีวู้ด อย่าง “ทอม ครูซ” ก็ถือโอกาสใช้สถานที่แห่งนี้คุกเข่าขอหมั้นคนรักมาแล้ว
3. ซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ บริดจ์ ประเทศออสเตรเลีย
สะพาน “ซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ บริดจ์” กลายเป็นสถานที่ให้ความหวังของคนที่ต้องการลั่นประตูวิวาห์ในเร็ววัน ด้วยโครงสร้างสถาปัตยกรรมอันงดงาม อากาศสดชื่นพัดผ่าน ยามค่ำคืนแสงไฟสะท้อนผืนน้ำ ดื่มด่ำกับทิวทัศน์ “โอเปร่า เฮ้าส์” สถาปัตยกรรมที่เลื่องชื่อระดับโลก ส่วนผสมที่ลงตัวเหล่านี้ส่งผลให้บรรยากาศที่นี่โรแมนติกไม่แพ้ที่ใด
4. อ่าวมาหยา เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ประเทศไทย
“อ่าวมาหยา” เกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เป็นเวิ้งอ่าวขนาดเล็กรูปพระจันทร์เสี้ยวที่โอบล้อมด้วยเขาหินปูน น้ำทะเลสีเขียวสดจนมองเห็นพื้นทราย ทิวทัศน์สวยงาม เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว มีชื่อเสียงระดับโลก
5. ตึกเอ็มไพร์สเตท นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
     “ตึกเอ็มไพร์สเตท” หนึ่งในอาคารระฟ้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก เป็นสถานที่รวมบรรดาคู่รักหลากหลายชาติที่ขอใช้ค่ำคืน “วันแห่งความรัก” บนตึกสูงปี๊ด ช่วงวาเลนไทน์ที่กลายเป็นประเพณี คือ ทุกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะมีการจัดงานแต่งงานหมู่ให้กับคู่บ่าวสาวนานาชาติกว่า 200 คู่  หากใครอยากสมหวังในความรัก ก็ถือโอกาสนี้ขอแต่งงานดู เพราะช่วงเวลาที่คนอื่นกำลังทำพิธีน่าจะเป็นช่วงเวลาที่คุณกับคู่รักกำลังอินที่สุด
6. เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี
เวนิส ถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ถือเป็นเมืองที่มีการใช้คลองในการคมนาคมมากที่สุด การบอกรักบนเรือจึงถือเป็นอะไรที่โรแมนติกเหลือจะบรรยาย เชื่อกันว่า ถ้าคู่รักได้นั่งจูบกันบนเรือกอนโดลา อีกสัญลักษณ์หนึ่งของเวนิส และพลอดรักตอนระฆังปาไนล์ดังยามเย็น ขณะลอดใต้ “สะพานถอนหายใจ” จะส่งผลให้รักกันยืนนาน
7. หาดไวกีกิ ฮอนโนลูลู ฮาวาย
หาดไวกีกิ ขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลที่โรแมนติกมากที่สุดแห่งหนึ่ง ยิ่งแสงอาทิตย์ตกสะท้อนลงผิวน้ำในยามเย็น ยิ่งสัมผัสได้ถึงความสวยงามของทัศนียภาพอันหาที่เปรียบมิได้ คู่รักส่วนใหญ่พากันเดินเล่นเลียบชายหาดไปจนถึงจุดที่เรียกว่า Diamond Head ถือเป็นมุมที่งดงามที่สุดของไวกีกิ หาดจะโค้งเป็นเสี้ยวพระจันทร์รับกับแสงไฟระยิบระยับสะกดทุกสายตา ช่วงเวลาแบบนี้แหละ

นักวิทยาศาสตร์พบชิ้นส่วนอุกกาบาตตกในรัสเซีย

คณะวิทยาศาสตร์รัสเซีย พบชิ้นส่วนของอุกกาบาตที่ตกลงในทะเลสาบน้ำแข็งในเขตอูราลแล้ว หลังจากตกลงสู่พื้นโลกในประเทศรัสเซีย จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1,200 คน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

นักวิทยาศาสตร์ประจำมหาวิทยาลัย Federal Urals เผยว่า ชิ้นส่วนของอุกกาบาตดังกล่าว ตรวจพบได้ที่บริเวณทะเลสาบน้ำแข็งแห่งหนึ่ง ใกล้กับเมือง ชีบาร์คุล(Chebarkul) ซึ่งอยู่ในแคว้น เชเลียบินสค์(Chelyabinsk) พื้นที่ตอนกลางของรัสเซีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ลูกอุกาบาตตก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รายงานระบุว่า ชิ้นส่วนที่พบ เบื้องต้นพบว่า มีเหล็กเป็นส่วนประกอบ 10 เปอร์เซ็นต์ และจะมีการตรวจสอบและพิจารณาต่อไป ทั้งนี้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้ส่งนักประดาน้ำลงไปในก้นทะเลสาบ เพื่อสำรวจแต่ไม่พบอะไร ขณะที่หิมะที่ตกลงมาทำให้การค้นหาชิ้นส่วนอุกกาบาตต้องเลื่อนออกไป 












ชิ้นส่วนจำนวนหนึ่งถูกพบโดยรอบพื้นที่ทะเลสาบที่กลายเป็นน้ำแข็งใกล้เมืองเชาบาร์คูล ในเขตเชลยาบินสก์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เชื่อว่าอุกาบาตตก

ขณะที่ทางการรัสเซียเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายคิดเป็นมูลค่า 1 พันล้านรูเบิล โดยในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังร่วมปฏิบัติการกู้ภัยและเก็บกวาดซากความเสียหายนั้น นักวิทยาศาสตร์ยังคงเดินหน้าค้นหาชิ้นส่วนอุกกาบาตโดยรอบทะเลสาบเชบาร์คูล ซึ่งพบโพรงน้ำแข็งขนาดกว้างราว 6 เมตร

นายวิคเตอร์ โกรฮอฟสกี จากมหาวิทยาลัยอูราล กล่าวต่อสื่อรัสเซียว่า ผลการศึกษายืนยันได้ว่า วัตถุดังกล่าวที่พบในระหว่างการสำรวจบริเวณทะเลสาบเชบาร์คูลเป็นอุกกาบาต อุกกาบาตดังกล่าวเป็นอุกกาบาตหินเนื้อเม็ดปกติ ที่ประกอบด้วยแร่โลหะราว 10% คาดว่ามันจะถูกตั้งชื่อว่าอุกกาบาตเชบาร์คูล

ทางการรัสเซียได้ยุติการค้นหาชิ้นส่วนของอุกกาบาตที่คาดว่าจะตกในทะเลสาบหลังไม่พบสิ่งผิดปกติ โดยนายวยาเชสลาฟ  ลาดอนกิ้น  โฆษกกระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินรัสเซียแถลงว่า ทีมประดาน้ำได้ใช้เวลาตลอดทั้งวันเสาร์ค้นหาชิ้นส่วนอุกกาบาตที่เชื่อว่า ตกลงไปในทะเลสาบน้ำแข็ง ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็นจัด อุณหภูมิลบ 17 องศาเซลเซียส  แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ  ทำให้กระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินตัดสินใจยุติภารกิจ แล้วหันไปดำเนินการซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนต่างๆที่ได้รับความเสียหายจากอุกกาบาต กว่า 2,962 แห่ง
 
นายลาดอนกิ้นกล่าวต่อไปว่า  กระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินมองว่า หลุมกลมขนาด 8 เมตรในทะเลสาบเชบาร์กุล  ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเชลยาบินสก์ราว 60 กิโลเมตร  ไม่ได้เกิดจากอุกกาบาตนอกโลก  แต่เชื่อว่า  หลุมดังกล่าวเกิดขึ้นจากสาเหตุอื่น ทำให้ตัดสินใจยุติการค้นหาเศษอุกกาบาต   ส่วนผู้บาดเจ็บ 40 คนยังคงนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล   นอกจากนี้ ยังมีการเปิดศูนย์พิเศษเชิญจิตแพทย์มาคอยบรรเทาอาการตื่นตระหนกของประชาชนจากเหตุอุกกาบาตตกด้วย
 
ขณะที่เจ้าหน้าที่ของทางการได้เร่งซ่อมแซมบานกระจกหน้าต่างที่แตกจากแรงสั่นสะเทือนของอุกกาบาต ที่สร้างความเสียหายอเย่างรุนแรง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์บอกว่า มีน้ำหนัก 10 ตัน  นับเป็นเหตุการณ์ระทึกขวัญมากที่สุด ตั้งแต่เคยเกิดอุกกาบาตตกที่ทุ่งหญ้าทังกัสก้า ในเขตไซบีเรีย เมื่อปี 1908 ที่กินพื้นที่กว้างกว่า 2,000 ตร.กม.

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) ประเมินว่า อุกกาบาตลูกนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 17 เมตร หนักราว 10,000 ตันก่อนที่จะพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก การระเบิดของมันปลดปล่อยพลังงานเกือบ 500 กิโลตัน หรือประมาณ 30 เท่าของระเบิดนิวเคลียร์ที่ถล่มเมืองฮิโรชิมาของญี่ปุ่น เมื่อปี 1945





วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

10 อันดับคดีฆ่าตกรรมที่สยองที่สุดในโลก



อันดับ 10 แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ 




ชำแหละพิสดารจากนรก 
แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ เป็นชื่อของชายคนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์อังกฤษ ที่ชาวอังกฤษและชาวโลกรู้จักกันดี ทำไมน่ะหรือ ? ชายคนนี้เป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ก่อคดีสะเทือนขวัญมานับครั้งไม่ถ้วน มันเริ่มฆ่าหญิงโสเภณีในย่านสลัมของย่านลอนดอน ตั้งแต่ 31 สิงหาคม ค.ศ.1888 

ซึ่งผ่านมากว่าร้อยปีแล้ว 

ทำไมถึงได้ดัง ทั้งที่ฆาตกรโหดเ้ยมที่โดดเด่นและฆ่าเหยื่อมากกว่าเขา มีมากกว่าร้อยกว่าคน 

คำตอบที่น่าจะกล่าวได้คือ ชายผู้นี้ยังไม่เคยโดนจับได้เลยตั้งแต่เขาก่อคดีสะเทือนขวัญผู้คนในลอนดอนมา ทั้งยังการฆ่าที่โหดเ้ยมและน่าสยดสยอง ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าเหยื่อโดยการผ่าท้อง และลากเอาไส้มาขวัญไว้ที่เสาไฟฟ้า การแขวนศพเหยื่อไว้บนกำแพง ฯลฯ และที่สำคัญไม่มีข่าวรายงานเลยว่ามีคนที่เคยเห็นหน้าแจ๊คด้วยซ้ำไป กระทั่งผู้ที่อาศัยอยู่ละแวกใกล้ๆ แม้แต่ตอนที่แจ๊คลงมือยังแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรที่ผิดปกติเลย โดยเหยื่อนั้นเสียชีวิตจากการถูกของมีคมแทงหรือไม่ก็ชำแหละ คมมากจนถึงขนาดตัดกระดูกออกมาได้ 

จนกระทั้งแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ หยุดการกระทำหฤโหด ทิ้งปริศนาไว้ตลอดกาลว่าเขาคือใครกันแน่ 





อันดับ 9 คดีฆาตกรรมในคิงส์เบอรี 



คดีนี้เกิดขึ้นในคลีแลนด์ รัฐโฮไอโอ อเมริกา ค.ศ.1930-40 เรื่องของเรื่องคือมีการพบศพมนุษย์ศพแล้วศพเล่า กว่า 13 ศพ ในเขตลำน้ำคิงส์เบอรี รัน ทุกรายล้วนถูกฆาตกรรมโดยตัดหัว ตัดแขน แต่ละศพถูกทำความสะอาดด้วยล่ะครับ ทุกรายไม่สามารถระบุชื่อได้ ยกเว้นรายที่3 และ 4 เท่านั้น และเป็นคดีดังแห่งประวัติศาสตร์ที่ดำมืดทุกวันนี้ว่าใครคือฆาตกร? และฆ่าคนมากมายเพื่ออะไร? 






อันดับ 8 เดอะ แบล็ค ดาห์เลีย ศพสยองข้างทาง 




เกิดขึ้นวันที่ 15 มกราคม 1947 เป็นคดีการตายของ อลิซเบธ ชอร์ค หญิงโรคจิต ที่ตายสยอดสยองเช่นกัน ศพเธอถูกพบที่สวนสาธารณะตอนเช้าตรู่ เป็นเป้าสายตาคนด้วยล่ะ ร่างกายของเธอถูกหั่นเป็นสองท่อน หลังจากชันสูตรก็พบว่าในกระเพาะมีอุจจาระ ที่ทวารหนักมีเศษเนื้อและเศษหญ้าที่ฆาตกรหั่นตอนเธอมีชีวิตและยัดตรงช่องทวารเลยเชียวล่ะ 

ถึงแม้ในเวลาต่อมาฆาตกรจะส่งห่อของขวัญที่มีของใช้ผู้ตายไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีข้อความกำกับบอกด้วยน่ะว่าตนเป็นคนฆ่า แต่ตำรวจก็ไม่สามารถสืบได้อยู่ดีว่าใครคือฆาตกร ทำไมถึงลงมือกับเหยื่อได้โหดเ้ยมอำมหิตถึงเพียงนี้ และปัจจุบันแฟ้มคดีนี้ก็ยังอยู่ในแผนกฆาตกรรมของตำรวจนครลอสแอนเจลีส อเมริกา จนถึงปัจจุบัน 





อันดับ 7 The Boston Strangler 




นักฆ่ารัดคอแห่งบอสตัน ช่วงปี 1960 ที่อเมริกา ได้มีฆาตกรต่อเนื่องก่อคดีฆ่ารัดคอผู้หญิงในบอสตัน ฆ่าไปมากครับ ไม่เว้นว่าสาวหรือแก่ ผิวขาวหรือดำ ต่อมา ชายชื่อ อัลเบิร์ต เดอ ซัลโวผู้ซึ่งถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาเล็กๆ กลับสารภาพว่า ตนคือฆาตกร ! 
เขาสารภาพว่าทำเองครับ ฆ่าหญิงเหล่านั้น เขาให้การว่าทำการฆ่าข่มขืน กระทำชำเราหญิงอย่างไรบ้าง มันก็น่าจะลงตัวที่เขาทำ หากแต่ ... จากคำให้การแล้ว มีหลายอย่างที่ไม่ได้ตรงกับความจริง เช่น เขาให้การว่าข่มขืนหญิงรายหนึ่ง มีการทำจนเสร็จกามกิจ ... แต่จากร่องรอย ศพของหญิงคนนั้นไม่มีคราบอสุจิใดๆ ทั้งสิ้น 
มันยังไงกันแน่ ... มีบางคนกล่าวว่า ที่อัลเบิร์ต เดอ ซัลโวให้การนั้นเขากำลังจะบอกว่าใครคือฆาตกรต่างหาก เขาอาจจะโดนบังคับให้สารภาพจากฆาตกรตัวจริง และแม้หากเป็นเช่นนั้น เราก็ไม่อาจทราบ เพราะ 4 ปี หลังจากสารภาพ ... เขาถูกแทงตายในคุก 
และความจริงก็ตายไปกับเขาด้วย 





อันดับ 6 คดีฆาตกรรมมาริลีน เชพเพิร์ด 



ใครเคยดูหนังเรื่อง The Fugitive น่าจะร้องอ๋อครับ เพราะรูปแบบของเรื่องราวนั้นเหมือนในหนังไม่มีผิด นายแพทย์หนุ่มที่ชื่อว่า แซม เชพเพิร์ด ถูกหาว่าสังหารภรรยาของเขา มารีลิน และถูกตัดสินจำคุกก่อนที่จะตายไปโดยที่ตราบาปนั้นยังคงอยู่ แซมให้การว่ามีบุคคลอื่นอยู่ในบ้าน และเขาถูกมันทำร้ายจนหมดสติไป พอตื่นมาอีกทีก็พบภรรยาของตนเองเสียชีวิตไปแล้ว 
ต่อมาลูกของเขาได้พยายามพิสูจน์ความจริง และรวบรวมหลักฐาน พวกรอยนิ้วมือเก่าเก็บและหลักฐานบางอย่างที่สมัยก่อนยังไม่สามารถตรวจสอบได้ มาตรวจสอบในปี 2000 ก็พบว่า ... ในวันนั้น นอกจากแซม และ มาริลีนแล้ว ... ยังมีบุคคลอื่นอยู่ที่นั่นด้วย .... แล้วเขาเป็นใคร ? 





อันดับ 5 The Tylenol Poisonings 



ยาพิษปริศนา ยาเม็ดแก้ปวดไทลินอล ทุกคนน่าจะรู้จักนะครับ ใช้กันบ่อยนี่หน่า ... ลองจินตนาการดู ... หากมีคนบ้าคนนึง เอายาพิษไซยาไนต์ (ยาพิษร้ายแรงที่เมื่อออกฤทธิ์แล้ว มีแต่ตายเท่านั้น!) ใส่ลงไปในยาเม็ดเหล่านั้น แล้วก็บรรจุมันลงกล่องตามปกติ จากนั้นก็วางแผงขาย แล้วก็มีคนซื้อไปกิน ... เขาจะเป็นอย่างไร 
ทีนี้เลิกจินตนาการครับว่ามันเป็นเรื่องจริงดีกว่า! 
ในอดีตนั้นยาไทลินอลมันยังเป็นแคปซูลนะครับ ไม่ได้เป็นเม็ดอย่างทุกวันนี้ แล้วก็เกิดมีใครบางคนเอาไซยาไนต์ใส่ลงไปในแต่ละแคปซูลแล้วก็แพ็คขายตามปกติ ใครกินก็มีแต่ตายกับตาย ซึ่งก็มีคนมากมายตายไปเพราะไทลินอลสอดไส้ไซยาไนต์นี้เอง 
มันเริ่มเกิดขึ้นปี 1982 ที่อเมริกา จู่ ๆ มีหลายรายกินยาชนิดเข้าแล้วก็ตาย เหตุเกิดหลายรัฐมากครับและมันเป็นการฆ่าแบบสุ่มครับ ไม่มีเป้าหมาย คิดดู สิ่งที่ฆาตกรทำก็คือนั่งลงดูทีวีและรอว่าเมื่อไหร่ข่าวที่เป็นผลงานตนจึงจะออกมา และแน่นอนว่าผู้ตายย่อมไม่มีความแค้นกับมัน(เพราะมันสุ่มฆ่าอยู่แล้ว) 






อันดับ 4 Jonbenet Ramsey Murder 




สังหารโหดนางงามเด็ก วันที่ 25 ธันวาคม ปี 1996 วันคริสต์มาสสำหรับหลายๆ คน แต่มันคือวันสุดท้ายในชีวิตของเด็กน้อยอายุไม่ถึง 8 ขวบ นาม Jonbenet Ramsey เช้าวันนั้นแม่ของเธอแจ้งความว่าเธอได้รับโน้ต เนื้อความคือ Jonbenet ลูกสาวของเธอถูกลักพาตัวไป ... การดำเนินหาตัวเธอก็เริ่มขึ้น แต่ก็ไม่มีใครพบ จนตำรวจลองให้พ่อแม่ของเธอค้นในบ้านอีกครั้ง ... อันนำมาสู่ปริศนาอันน่าสะพรึง 
Jonbenetถูกพบเป็นศพ.ที่ใต้ถุนบ้านของเธอเอง! 
เธอถูกรัดคอและทุบกระโหลก เธอเสียชีวิต ... แต่มันอะไรกัน เธอโดนลักพาตัว หายไปจากบ้าน มีการค้นแล้วนี่หน่า ... แต่หลักฐานต่อมาน่าฉงนยิ่งกว่า นั่นก็คือ โน้ตหรือจดหมายลักพาตัวนั้น ถูกเขียนโดยปากกาในบ้านนั้นเอง ... แต่ลายมือไม่ใช่ของคนในบ้าน จากการสืบสวน ไม่มีหลักฐานว่าคนในบ้านเเกี่ยวข้องกับการตายของเธอเลย ซึ่งนั่นก็ปี 1996 ซึ่งวิทยาการไม่ได้อ่อนด้อย การสืบสวนก็ทันสมัยแล้วแต่กลับไม่มีอะไรอธิบายเรื่องนี้ได้เลย 
ผมสารภาพเลยครับว่าคดีนี้เล่นเอาผมขนลุกและน้ำตาซึมไปพร้อมๆ กัน ขนลุกก็เพราะปริศนาสารพัดอย่างที่บอกนั่นแหละ แต่ที่น้ำตาซึมก็เพราะ ผมได้เห็นรูปเธอด้วย เธอเป็นเด็กผมทองที่น่ารักมาก สดใสมากคนนึง ขอบอกว่าผมไม่ได้คิดในแง่อกุศลใดๆ ครับ เธอสดใสยิ่งกว่าเด็กคนอื่นที่ผมเคยเห็นมาจริงๆและพอรู้ชะตากรรมแบบนี้มันเศร้าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก 
และ ... คุณก็ทราบดี ... คดีนี้ยังหาตัวฆาตกรไม่ได้ เช่นกัน 

ถึงแม้จะมีการจับนาย มาร์คา และเขาจะสารภาพแล้วก็ตาม แต่เหมือรชะตาเล่นตลก เพราะผลพิสูจน์ ดีเอ็นเอจากศพ ผลปรากฏว่า มันไม่ใช้ของเขา ศาลจึงไม่สั่งฟ้องนายมาร์ค 

คดีนี้จึงเป็นคดีปริศนาอีกครั้งหนึ่ง 





อันดับ 3 The Phantom Killer



ฆาตกรล่อนหน คดีนี้เป็นฆาตกรรมสะเทือนขวัญอันหนึ่งครับ 1946 ในอเมริกาเช่นกัน คือมีฆาตกรต่อเนื่องก่อคดีฆ่าคนนั้นแหละ เหยื่อโดนทั้งมีดทั้งปืนเมื่อฆ่าเสร็จแล้วก็หายไปเลยยังกับเป็นควัน แน่นอนก็ยังไม่มีใครจับได้ เพราะฉายาของเขาก็คือ Phantom 





อันดับ 2 The Green River Killer 



ฆาตกรลับสมอง คดีนี้เกิดแถบซีแอ้ตเติล 1982 ครับ เมื่อมีฆาตกรต่อเนื่องฉายา ฆาตกรแห่งกรีนริเวอร์ ได้ฆ่าคนตายไปกว่า 50 ศพ แต่ละศพก็ทิ้งร่องรอยหลักฐานไว้เหมือนจะท้าทาย แต่ก็ไม่มีใครสามารถสาวถึงตัวฆาตกรได้ และที่น่าสะพรึงอย่างมากก็คือ ว่ากันว่า ทุกวันนี้ ยังมีการฆาตกรรมที่มีรูปแบบคล้ายกับ ฆาตกรแห่งกรีนริเวอร์ ปรากฎอยู่บ่อยครั้ง มันเป็นฝีมือของพวกเลียนแบบ .... หรือเป็นฆาตกรแห่งกรีนริเวอร์ตัวจริงกันแน่ ? 







อันดับ 1 The Zodiac Killer 




ฆาตกรจักรราศี นี่คือสุดยอดฆาตกรโรคจิต ฆาตกรที่เหล่าผู้ค้นคว้าศึกษาเรื่องคดีฆาตกรรมทั้งหลายต่างรู้จักกันดี"ฆาตกรจักรราศี" ! 
วันหนึ่งในปี 1968 แถบซานฟรานซิสโก มีวัยรุ่นหนุ่มสาวกำลังพรอดรักกันในรถ จากนั้นก็มีใครบางคนเดินเข้ามา ชักปืนและยังทั้งคู่ดับอนาถเลือดสาดไปทั่วบริเวณนั้น ... เปิดมาเหมือนกับตอนหนึ่งของหนัง ศุกร์ 13 ใช่มั้ยครับ หากแต่มันเป็นเรื่องจริง และมันก็ทำอีกในปี 1969 เช่นเคยวัยรุ่นหนุ่มสาวถูกฆ่าแต่ผู้ชายรอดมาได้และให้การว่าฆาตกรมีผิวขาว! 
ฉายาจักรราศีของมันมาได้อย่างไรหลายคนอาจสงสัย...และนี่คือคำตอบ 
หลังจากมันก่อ 2 คดีโหดแล้ว มันได้ส่งจดหมายไปหาตำรวจ และภายในแทนที่จะเป็นภาษาอังกฤษ มันกลับเป็น สัญลักษณ์จักรราศี จากความที่ถอดได้คือ "ฉันชอบฆ่าคน มันสนุกดีมากๆ"แต่สัญลักษณ์17ตัวสุดท้ายของจดหมายกลับไม่มีใครถอดออก 


และการฆ่าครั้งต่อมาก็สยองขวัญถึงขีดสุด เมื่อมันลงมือด้วยการสวมฮู้ด (เหมือนเอาผ้าดำคลุมหัวน่ะครับ) ใส่ชุดที่มีสัญลักษณ์จักรราศี มันลงมือแทงวัยรุ่นหนุ่มสาวคู่หนึ่งกลางวันแสกๆ แบบไม่ยั้ง!ต่อมาคนขับแท๊กซี่ก็เป็นอีกรายที่ตกเป็นเหยื่อของฆาตกรรายนี้ 


ฆาตกรรายนี้นับว่าสั่นประสาทชาวอเมริกันอย่างสูง และถ้าสังเกตก็จะพบว่ามันชอบฆ่าวัยรุ่นหนุ่มสาว ซึ่งคงจะมองออกแล้วนะครับว่าพวกหนังไล่ฆ่าแนวศุกร์ 13 นั้น ได้แรงบันดาลไจมาจากอะไรและคงพอจะเข้าใจแล้วนะครับว่าทำไมวัยรุ่นอเมริกันจึงค่อนข้างกลัวหนังประเภทนี้ ในขณะที่บ้านเราเห็นว่าเป็นหนังตลกไร้สาระ...ก็บ้านเขามีคนตายแบบนี้จริงๆนี่หน่า 
ว่ากันว่าสัญลักษณ์ 17 ตัวสุดท้ายของจดหมายนั้น ... คือ ชื่อของเขา ... แต่ก็ไม่มีใครถอดได้ 
และเขายังคงลอยนวล ตราบจนทุกวันนี้


*** แล้วคุณหล่ะคิดว่าจะสืบหาตัวเจอหรือไม่? คุณคิดว่าน่าจะเป็นใครหล่ะ? 

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เข้าค่ายลูกเสือ ม.2


         การเข้าค่ายลูกเสือของนักรียนระดับชั้น ม.2 โรงเรียนตากพิทยาคม ในวันที่ 24-26 มกราคม 2556 ที่ค่าย ตชด.34(ค่ายพระเจ้าตาก) ในการเดินทางต้องเดินไปค่ายเอง ระยะทางประมาณ 4 กิโล
ในค่ายก็จะมีกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมเิดินเสือ กิจกรรมรอบกองไฟ กิจกรรมตามฐาน
และในค่ายก็สอนให้เรารู้จักพึ่งตัวเอง ทั้งการกางเต็นท์เอง ทำอาหารเอง สอนให้มีระเบียบวินัย

และนี่ก็เป็นรูปภาพที่เราทำกิจกรรม

 
 
 
 
 
 
 
 
 

กิจกรรมประจำหน่วยที่ 2 เรื่อง หลักการและวิธีการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ


กิจกรรมประจำหน่วยที่ 2 เรื่อง หลักการและวิธีการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ


ข้อที่ 1 กระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร มีองค์ประกอบอะไรบ้าง
ตอบ กระบวนการจัดการกับข้อมูลข่าวสาร โดยนำข้อมูลดิบให้ผ่านกระบวนการต่างๆ จนเป็นสารสนเทศที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ ประกอบด้วย การรวบรวมข้อมูล การตรวจสอบความถูกต้อง การประมวลผลและการเผยแพร่สารสนเทศ

ข้อที่ 2 จงให้คำนิยามของสิ่งต่อไปนี้ พร้อมทั้งแสดงให้เห็นว่าสิ่งเหล่านั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไร 1) ข้อมูล 2) สารสนเทศ 3) ความรู้
ตอบ 2.1.ข้อมูล หมายถึง ข่าวสาร เอกสาร ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคลเช่นคะแนนสอบ
        2.2.สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลต่างๆ ที่ได้ผ่านการประมวลผล
        2.3.ความรู้ หมายถึง สิ่งที่ทำให้คนเข้าใจ แล้วนำความเข้าใจนั้นมาปฏิบัติหรือประยุกต์ให้  เกิดประโยชน์
            ความสัมพันธ์ คือ เรามีข้อมูลแล้วนำข้อมูลมาผ่านการประมวลผลแล้วจะเป็นสารสนเทศ ในขณะนั้นเมื่อเราประมวลผลเกิดการคิดวิเคราะห์ เราก็จะได้ความรู้ไปใช้

ข้อที่ 3 จงยกตัวอย่างจากประสบการณ์ของนักเรียนเองว่า ความรู้ช่วยในการตัดสินใจได้อย่างไร
ตอบ การสอบ คือ เราใช้ความรู้ที่เรามีตัดสินใจว่า เราจะตอบข้อไหน

ข้อที่ 4 การเก็บรักษาข้อมูลและสารสนเทศมีวิธีการอย่างไร และเก็บไว้เพื่อประโยชน์อะไร
ตอบ    1. การเก็บรักษาข้อมูล การเก็บรักษาข้อมูล หมายถึง การนำข้อมูลมาบันทึกเก็บไว้ในสื่อบันทึกต่างๆ เช่น แผ่นบันทึกข้อมูล นอกจากนี้ยังรวมถึงการดูแล และทำสำเนาข้อมูลเพื่อให้ใช้งานต่อไปในอนาคตได้
 2. การทำสำเนาข้อมูล การทำสำเนาเพื่อเก็บรักษาข้อมูล หรือนำไปแจกจ่าย จึงควรคำนึงถึงความจุและความทนทานของสื่อบันทึกข้อมูล
 3. การสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูล ข้อมูลต้องกระจายหรือส่งต่อไปยังผู้ใช้งานที่ห่างไกลได้ง่าย การสื่อสารข้อมูลจึงเป็นเรื่องสำคัญและมีบทบาทที่สำคัญยิ่งที่จะทำให้การส่งข่าวสารไปยังผู้ใช้ทำได้รวดเร็วและทันเวลา
4. การปรับปรุงข้อมูล ข้อมูลที่จัดเก็บไว้มีจุดประสงค์เพื่อการใช้งาน เช่น ในการตัดสินเพื่อดำเนินการ ดังนั้นข้อมูลจึงต้องมีการปรับปรุง ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา และจัดเก็บอย่างเป็นระบบเพื่อการค้นหาได้อย่างรวดเร็ว
            เก็บไว้เพื่อ ไม่ให้เกิดการสูญหายหรือชำรุดและมีการสำรองไว้

ข้อที่ 5 การเผยแพร่สารสนเทศมีวัตถุประสงค์อย่างไร และต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
ตอบ    วัตถุประสงค์ คือ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการเผยแพร่และต้องคำนึงถึง กลุ่มคนที่เราต้องการให้รับรู้และให้ได้ประโยชน์

ข้อที่ 6 จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เมื่อนักเรียนพบปัญหา ตามปกตินักเรียนจะหาคำตอบให้แก้ปัญหานั้นด้วยวิธีใดบ้าง จงบอกมา 3 วิธี พร้อมทั้งบอกว่าแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียอย่างไร
ตอบ    ปัญหา คือ เลิกเรียนก่อนเวลาจะโทรศัพท์ให้แม่มารับ พบว่าแบตเตอรี่ของโทรศัพท์หมด
            วิธีแก้ปัญหา คือ
            1.ยืมโทรศัพท์ของเพื่อน ข้อดี ไม่ได้จ่ายเงิน ข้อเสีย ต้องพึ่งพาคนอื่นและทำให้เงินในโทรศัพท์ของเพื่อนเหลือน้อย
            2.โทรศัพท์ตู้สาธารณะ ข้อดี แม่สามารถมารับได้ทันที ข้อเสีย ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์
            3.นั่งรอแม่จนถึงเวลาเลิกเรียน ข้อดี ไม่ได้จ่ายเงินและไม่ได้ทำให้เพื่อนลำบาก  ข้อเสีย อาจจะนั่งรอแม่นานและอาจอยู่คนเดียว

ข้อที่ 7 ปัญหาง่ายๆในชีวิตประจำวัน จำเป็นต้องใช้วิธีการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบหรือไม่ เพราะเหตุใด
ตอบ เป็นระบบ เพราะ ถ้าเราทำอะไรอย่างมีระบบจะทำให้ง่ายแก่การแก้ปัญหา

ข้อที่ 8 การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบมีขั้นตอนและวิธีการอย่างไร จงอธิบาย และมีประโยชน์อย่างไร
ตอบ    ขั้นตอนที่ 1 วิเคราะห์ปัญหาเพื่อหาประเด็นสำคัญของปัญหา
            ขั้นตอนที่ 2 หาแนวทางการแก้ปัญหา
            ขั้นตอนที่ 3 กำหนดรายละเอียดในการแก้ปัญหา
            ขั้นตอนที่ พิจารณารายระเอียดว่าเหมาะสมหรือไม่
ขั้นตอนที่ 5 พิจารณามาตรการแก้ปัญหาว่าเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่เพียงพอให้กลับไปขั้นตอนที่ 1
ประโยชน์ คือ ช่วยให้แก้ปัญหาได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

ข้อที่ 9 จงยกตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยในการแก้ปัญหาที่นักเรียนได้พบเห็นมาโดยเล่าเรื่องราวพอสังเขปและวิจารณ์ว่าเป็นการแก้ปัญหาที่เหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด
ตอบ   ได้รับเงินมาจำนวนมากไม่ทราบว่าจะเก็บไว้ที่ไหน จึงนำไปฝากที่ตู้รับฝากเงินอัตโนมัติเป็นการแก้ปัญหาที่เหมาะสม เพราะ ตู้รับฝากเงินอัตโนมัติมีความปลอดภัยเหมาะสมแก่การฝากเงิน